
อรสิรินมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
อรสิรินมุ่งมั่นลดผลกระทบจากการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และการใช้ทรัพยากร ควบคู่กับการจัดการของเสีย การลดมลพิษ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
แนวทางดังกล่าวถูกบูรณาการในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

อรสิรินมุ่งยกระดับการอยู่อาศัยผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยผสานการออกแบบโครงการเข้ากับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทาง
ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดการใช้พลังงานจากแหล่งเดิม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
ติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
ออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงการลดการใช้พลังงานตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกวัสดุและระบบอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง
ลดการใช้ไฟฟ้าสำนักงาน เกินเป้าหมาย (ตั้งเป้า 5%) ปี 2568
อรสิรินให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้
คัดเลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำแนวคิด Life Cycle Analysis (LCA) มาใช้ประเมินผลกระทบของวัสดุในทุกช่วงของวัฏจักรชีวิต
ใช้วัสดุจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง SCG Green Choice และ Green Certified เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน
วัสดุก่อสร้างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน — เป้าปี 2569: 30%


อรสิรินตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงนำแนวทางการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้
โดยคำนึงถึงผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของอาคาร (LCA)
นำมาตรฐาน EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาโครงการ
ยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน น้ำ และวัสดุ และลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม
ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการก่อสร้าง เพื่อลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อรสิรินให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นลดปริมาณของเสียจากกระบวนการดำเนินงาน
ส่งเสริมการคัดแยกขยะ การนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล
ORN Earth Care “ทิ้งให้นะ” — โครงการต่อเนื่องปีที่ 2 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะในองค์กร
เน้น Waste Segregation at Source — การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
ดำเนินงานตามหลัก Circular Economy — เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างมีคุณค่า


อรสิรินให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ผ่านการออกแบบภูมิทัศน์และการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่
ออกแบบภูมิทัศน์เพื่อลดอุณหภูมิ สร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น และส่งเสริมการอยู่อาศัยที่สมดุลกับธรรมชาติในระยะยาว
คัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
ตั้งเป้าพื้นที่สีเขียวในโครงการใหม่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่โครงการ
พื้นที่สีเขียวเฉลี่ยในโครงการใหม่ปี 2568 เกินเป้าหมาย (ตั้งเป้า 5% ของพื้นที่โครงการ)
อรสิรินมุ่งสู่ Net Zero โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (tCO2e) 100% ภายในปี 2593 ผ่านการออกแบบโครงการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน
เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ปีฐาน — กำหนดเป็น Base Year สำหรับวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจก
ผลปี 2568 — ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 29% จากปีฐาน เกินเป้าหมาย (ตั้งเป้า 15% ใน 3 ปี)
เป้าหมายระยะสั้น — ลดก๊าซเรือนกระจกรวม 15% จากปีฐาน ภายใน 3 ปี (2568–2570)
เป้าหมาย Net Zero — ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 100% เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นทางการ
อรสิรินติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าและความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากปีฐาน (ปี 2567)
เกินเป้า — ตั้งเป้า 15% ใน 3 ปี
ลดการใช้ไฟฟ้าสำนักงาน จากปีฐาน (ปี 2567)
เกินเป้า — ตั้งเป้า 5%
พื้นที่สีเขียวเฉลี่ย ในโครงการใหม่ปี 2568
เกินเป้า — ตั้งเป้า 5%
วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2568
เป้าหมายปี 2569: 30%
โครงการตั้งในพื้นที่ อนุรักษ์ธรรมชาติ
ตามเป้า — ไม่มีโครงการในพื้นที่อนุรักษ์
ปีเป้าหมาย Net Zero ลดก๊าซเรือนกระจก 100%
มุ่งสู่เป้าหมายระยะยาว
เป้าลดไฟฟ้าสำนักงาน ต่อปี (ปี 2568–2570)
ทำได้จริง 9.79%
ปีที่ดำเนินโครงการ ORN Earth Care
ต่อเนื่องปีที่ 2
ดาวน์โหลดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของอรสิริน
นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการมลพิษ ของเสีย และการใช้ทรัพยากร
Pollution, Waste & Resource Management Policy
นโยบายและแนวปฏิบัติบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน
Sustainable Real Estate Management Policy
1. หลักการและเหตุผล
เนื่องด้วยในปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อสภาพสังคมในปัจจุบัน ทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอันเกี่ยวกับข้อมูลออนไลน์ กลุ่มบริษัทอรสิรินจำกัด (บริษัทฯ) ได้เห็นความสำคัญของความเป็นส่วนตัวของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลากรและลูกค้า รวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ทราบถึงนโยบายและวิธีปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้คือ
2. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
ใช้บังคับในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการทำสัญญาที่มีบริษัทเป็นคู่สัญญา และให้รวมไปถึงข้อมูลที่บริษัทได้รับมาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยบริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะดำเนินการปฏิบัติเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเป็นหลักสำคัญโดยวิธีการอันเปิดเผย และเป็นธรรม ซึ่งการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทจะดำเนินการภายใต้ความยินยอมของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้คือ:-
2.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล , พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ , พระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน , ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา , ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา รวมไปถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.1.2 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
2.1.3 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
2.1.4 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
2.1.5 เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
2.1.6 เป็นการดำเนินการเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีฐานะเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น ๆ
2.1.7 เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติงานตามสัญญาเพื่อยื่นขออนุมัติจากสถาบันการเงิน
2.1.8 เป็นการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
2.2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายใต้มาตราการป้องกัน โดยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทจะใช้เพื่อการติดต่อและเสนอบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือใช้เพื่อยื่นข้อเสนออื่น ๆ อันเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของบริษัทหรือบริษัทภายในเครือ และใช้เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และจดหมายข่าวต่าง ๆ ให้กับเจ้าของข้อมูลได้รับทราบและบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคคลไว้ภายใต้มาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บุคคลากรของบริษัทปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือถูกนำไปเปิดเผยโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล หรือนำไปหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด
2.3 สิทธิและความประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล
บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคล หรือยินยอมให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัททำการเก็บรักษาไว้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับการแจ้งความประสงค์มาจากเจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาทตามกฎหมาย ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยผู้ขอเปิดเผยสามารถแจ้งความประสงค์มาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือมายังบริษัทพร้อมกับเอกสารแสดงสิทธิที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
2.4 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ไว้ตามกำหนดระยะเวลาการใช้งานข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์ให้บริษัททำการโอน ลบ หรือทำลายข้อมูลนั้น ๆ เสีย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะแจ้งให้บริษัททราบทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งมายังบริษัทโดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบขั้นตอนการดำเนินงานภายในบริษัท
3. มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท
บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้คือ
3.1 ด้านหลักเกณฑ์ทั่วไปของบริษัท
3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากทางสื่อออนไลน์ หรือจากการทำสัญญาต่าง ๆ เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน รวมไปถึงข้อมูลอื่นใดอันสามารถบ่งบอกตัวตนของบุคคลได้ จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
3.1.2 หากบริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมทุกครั้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทไม่น้อยกว่า 30 วัน
พร้อมกันนี้บริษัทจะวางมาตรการกำหนดให้มีการบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ไว้เป็นหลักฐานด้วย เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น
3.1.3 บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายในฐานข้อมูลของบริษัท ทั้งนี้เพียงเพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานตามสัญญาและการใช้งานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น และเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้พ้นระยะเวลาการใช้งานไปแล้ว หรือได้พ้นระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลประจำหน่วนงานไปแล้ว บริษัทจะทำการลบและทำลายข้อมูลดังกล่าวตามมาตรการและแนวปฏิบัติที่บริษัทได้วางไว้
3.1.4 ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้ภายในบริษัท บริษัทจะควบคุมการดำเนินการของหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกนั้น ๆ โดยเคร่งครัด และวางมาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด