ORN เผยแนวโน้มไตรมาส 2/69 ส่งสัญญาณบวก โชว์ยอดขายพรีเซลในเดือน เมษายนถึงต้นเดือน พฤษภาคม ที่ 485.17 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ที่อยู่อาศัยเชียงใหม่ ภูเก็ตแข็งแกร่ง จ่อบุ๊คกำไรพิเศษรับทรัพย์ เดินหน้าบริหารธุรกิจรัดกุม คุมต้นทุนก่อสร้าง อัดแคมเปญตอบโจทย์ Real Demand ชู Smart Home และ Green Building สร้างความแตกต่าง ดันยอดขายเพิ่ม ลุยขยายธุรกิจย่อย สร้างรายได้ประจำ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้รวม 501.36 ล้านบาท กำไรสุทธิ 40.15 ล้านบาท

นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2569 แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง บริษัทมียอดขายพรีเซล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ประมาณ 485.17 ล้านบาท จากโครงการแนวสูง อาทิ โครงการ ARISE HILL, โครงการ THE Next 7 ยอด, โครงการ ASTRA INFINITE ขณะที่โครงการ ARISE VIBE จังหวัดภูเก็ต มีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้วกว่า 70% และมียอดขายแล้ว 1,096 ล้านบาท รวมถึงโครงการแนวราบได้แก่ โครงการ HABITAT MAHIDOL มียอดขายแล้วกว่า 193.07 บาท สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพและแนวคิดการอยู่อาศัยที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ อีกทั้ง เตรียมรับรู้ผลกำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดินในช่วงปลายไตรมาส 2-3/2569 ประมาณ 51.02 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นบริหารความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายจริง เพื่อสร้างยอดขายและรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนก่อสร้าง การจัดซื้อวัสดุ จากเดิมที่ผู้รับเหมาจัดซื้อประมาณ 50% ลดลงเหลือ 25% และบริษัทเข้ามาบริหารจัดซื้อเองมากขึ้น ควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงล็อกราคาวัสดุล่วงหน้าสำหรับโครงการที่จะทยอยโอนในปีนี้เกือบทั้งหมด เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน ORN ยังเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านการนำเทคโนโลยี Smart Home ควบคู่กับแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) โดย ORN ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรก ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่นำแนวคิด Green Building มาปรับใช้อย่างจริงจัง พร้อมวางเป้าหมายพัฒนาโครงการให้ผ่านมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสากล EDGE Certified ในทุกโครงการภายในปี 2570
พร้อมต่อยอดธุรกิจย่อย เตรียมขยายเฟส 2 โรงเรียนนานาชาติ และธุรกิจทรัพย์มือสอง มีกระแสตอบรับที่ดี ปัจจุบันมีทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการรีโนเวทจำนวน 10 ยูนิต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ประจำ กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและรองรับการเติบโตระยะยาว
“แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2569 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว บริษัทจึงดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและการระบายสต็อกผ่านโปรโมชันที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Real Demand ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทย ต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองเห็นโอกาสในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-บน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบในหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งยังมีความต้องการจากลูกค้าต่างชาติทั้งเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนปล่อยเช่า รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคเหนือและได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติ กลุ่มคนทำงาน แม้การแข่งขันในตลาดจะเข้มข้นขึ้นทั้งด้านโปรโมชัน การออกแบบ และฟังก์ชันการอยู่อาศัย”นายอรรคเดช กล่าว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 501.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.51% และมีกำไรสุทธิ 40.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


