เช่าคอนโดเชียงใหม่ vs ผ่อนบ้านใหม่ 2026 อะไรคุ้มกว่ากัน? วิเคราะห์ตัวเลขจริง

เชียงใหม่ เมืองที่ไม่เคยหลับใหลและยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Digital Nomad, คนวัยทำงานที่ย้ายถิ่นฐาน หรือแม้แต่คนท้องถิ่นที่เริ่มสร้างครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต คำถามคลาสสิกทางการเงินย่อมผุดขึ้นมาในหัว: “เราควรเช่าต่อไป หรือกัดฟันซื้อเป็นของตัวเองดี?”

โดยเฉพาะในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าสภาพเศรษฐกิจและดอกเบี้ยจะมีความเปลี่ยนแปลง การตัดสินใจเรื่องที่อยู่อาศัยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความชอบ แต่เป็นเรื่องของ “ความคุ้มค่า” ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปกางตัวเลข วิเคราะห์สถานการณ์ตลาด และหาคำตอบว่าระหว่างการ เช่าคอนโดเชียงใหม่ กับการตัดสินใจเป็นหนี้ก้อนโตเพื่อผ่อนที่อยู่อาศัย ทางเลือกไหนจะตอบโจทย์ชีวิตและการเงินของคุณได้ดีที่สุด

1. เจาะลึกตลาด: สถานการณ์ค่าเช่าและราคาอสังหาฯ เชียงใหม่ ปี 2026

ก่อนจะไปถึงเรื่องเงินในกระเป๋า เราต้องเข้าใจภาพรวมตลาดก่อน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เชียงใหม่มีการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Vertical Living หรือคอนโดมิเนียมอย่างมาก โดยเฉพาะในโซนเศรษฐกิจ

สำหรับปี 2026 แนวโน้ม ค่าเช่าคอนโดเชียงใหม่ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามอัตราเงินเฟ้อและการกลับมาของการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติและคนทำงานทางไกล (Remote Workers) ที่เข้ามาแย่งชิง Supply ในตลาดเช่า

โซนยอดนิยมและเรตราคาโดยประมาณ (คาดการณ์ปี 2026):

โซน ลักษณะพื้นที่ ค่าเช่า Studio/1BR
นิมมานเหมินท์ – ศิริมังคลาจารย์ Prime Area ไลฟ์สไตล์คนเมือง 12,000 – 18,000 บาท/เดือน
หลัง มช. – คันคลอง ยอดฮิตนักศึกษา/คนทำงานรุ่นใหม่ 8,000 – 12,000 บาท/เดือน
เซ็นทรัลเฟสติวัล – Business Park แหล่งงาน ศูนย์กลางใหม่ 9,000 – 14,000 บาท/เดือน

ในขณะที่ฝั่งราคาขาย คอนโดเชียงใหม่ราคา เฉลี่ยสำหรับห้องขนาด 30-35 ตร.ม. ในโครงการใหม่ๆ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2.2 – 3.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับทำเลและเกรดของวัสดุ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ยังจับต้องได้เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ แต่ก็มาพร้อมกับภาระผูกพันระยะยาว

2. Battle ตัวเลข: เช่า 5 ปี vs ผ่อน 5 ปี (ใครเจ็บน้อยกว่า?)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราจะลองสมมติสถานการณ์ของ “คุณเอ” พนักงานออฟฟิศในเชียงใหม่ ที่มีงบประมาณสำหรับที่อยู่อาศัยประมาณเดือนละ 12,000 – 15,000 บาท โดยเปรียบเทียบระยะเวลา 5 ปี

กรณีที่ 1: เลือก เช่าคอนโดเชียงใหม่

สมมติค่าเช่าเดือนละ 12,000 บาท (รวมค่าส่วนกลางแล้ว แต่ไม่รวมค่าน้ำไฟ) และมีการปรับขึ้นค่าเช่า 5% ในปีที่ 3

รายการ จำนวนเงิน
ปีที่ 1-2 12,000 x 24 เดือน = 288,000 บาท
ปีที่ 3-5 12,600 x 36 เดือน = 453,600 บาท
รวมค่าเช่าจ่ายทิ้ง 5 ปี 741,600 บาท

สิ่งที่เหลืออยู่: 0 บาท (แต่ได้ความคล่องตัว และไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมแซม)

กรณีที่ 2: เลือก ผ่อนบ้าน 2026 (หรือคอนโด)

สมมติซื้อคอนโดราคา 2.5 ล้านบาท

รายการ

จำนวนเงิน

เงินดาวน์ (10%) 250,000 บาท
ยอดจัดสินเชื่อ 2.25 ล้านบาท
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.5%
ดอกเบี้ยลอยตัว (ปี 4-5) 4.5%
ค่าผ่อนต่อเดือน 11,500 – 13,000 บาท

คำนวณค่าใช้จ่ายจริงใน 5 ปี:

รายการ

จำนวนเงิน

1. เงินดาวน์ 250,000 บาท
2. ค่าโอน+จดจำนอง+ตกแต่ง 100,000 บาท
3. ค่าผ่อนชำระรวม 5 ปี 750,000 บาท
4. ค่าส่วนกลาง (45 บาท/ตร.ม. x 60 เดือน) 94,500 บาท
รวมเงินที่จ่ายออก 5 ปี 1,194,500 บาท

ข้อควรระวัง: ใน 750,000 นี้ จะเป็น “ดอกเบี้ยจ่ายทิ้ง” ให้ธนาคารประมาณ 400,000 – 450,000 บาท (ช่วงแรกตัดต้นน้อยมาก) และเป็นเงินต้นเพียง 300,000 กว่าบาท

สิ่งที่เหลืออยู่: สินทรัพย์มูลค่า 2.5 ล้านบาท (ที่อาจเพิ่มค่า) แต่หนี้คงเหลือประมาณ 1.9 ล้านบาท ส่วนต่างความมั่งคั่ง (Equity): มูลค่าสินทรัพย์ – หนี้ = 600,000 บาท (นี่คือเงินของเราจริงๆ ที่แฝงอยู่ในตึก)

วิเคราะห์: ถ้ามองแค่กระแสเงินสด การเช่าจ่ายน้อยกว่าชัดเจน (7.4 แสน vs 1.2 ล้าน) แต่ถ้ามองเรื่องความมั่งคั่ง การซื้อทำให้เรามีทรัพย์สินสะสมประมาณ 6 แสนบาท (จากเงินดาวน์+เงินต้นที่ผ่อนไป) ในขณะที่การเช่าคือจ่ายทิ้ง 100%

ผ่าข้อดี-ข้อเสีย: ทีมเช่า (Renter)

การ เช่าคอนโดเชียงใหม่ ไม่ใช่การ “เสียเงินเปล่า” เสมอไป แต่มันคือการ “ซื้ออิสรภาพ”

ข้อดี:

  • สภาพคล่องสูง: ไม่ต้องเอาเงินก้อนใหญ่ไปจมกับเงินดาวน์และการตกแต่ง
  • ย้ายได้เสมอ: เบื่อเพื่อนบ้าน เปลี่ยนที่ทำงาน หรืออยากลองไปอยู่โซนแม่ริม สันกำแพง ก็แค่รอหมดสัญญา
  • ไร้กังวลเรื่องซ่อม: แอร์เสีย ท่อน้ำรั่ว เป็นหน้าที่เจ้าของห้องและนิติบุคคล
  • นำเงินส่วนต่างไปลงทุน: หากคุณนำเงินก้อน (เงินดาวน์) และส่วนต่างค่าผ่อนไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทน 5-8% ต่อปี ผลลัพธ์ทางการเงินอาจชนะการซื้อบ้านได้

ข้อเสีย:

  • จ่ายทิ้ง 100%: ไม่มีสินทรัพย์เป็นของตัวเองเมื่อจบสัญญา
  • ความไม่แน่นอน: เจ้าของอาจขายห้อง หรือขึ้นค่าเช่าได้ตลอดเวลา
  • ตกแต่งไม่ได้: ต้องอยู่ตามสภาพที่เจ้าของกำหนด เจาะผนังหรือเลี้ยงสัตว์มักทำไม่ได้

เช่าคอนโดเชียงใหม่ vs ผ่อนบ้านใหม่

ผ่าข้อดี-ข้อเสีย: ทีมซื้อ (Buyer)

สำหรับคนที่มองหาความมั่นคงและวางแผน ผ่อนบ้าน 2026 การซื้อคือการบังคับออมเงินทางอ้อม

ข้อดี:

  • เป็นเจ้าของสินทรัพย์: เป็นหลักประกันในชีวิต และสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้
  • Hedge Against Inflation: ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ค่าผ่อนบ้านมักจะคงที่ (หรือเพิ่มไม่มาก) ในขณะที่ค่าเช่าจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
  • อิสระในการอยู่อาศัย: จะแต่งห้องสไตล์ไหน เลี้ยงแมวกี่ตัว (ถ้าคอนโดอนุญาต) ก็ทำได้เต็มที่
  • โอกาสทำกำไร: หากเลือกทำเลดี ในอนาคตอาจขายต่อได้กำไร (Capital Gain)

ข้อเสีย:

  • ภาระหนี้ระยะยาว: เป็นพันธะผูกพัน 30 ปี หากตกงานหรือขาดรายได้ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที
  • ดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยบ้านคือรายจ่ายที่มองไม่เห็นและสูงมากในช่วง 10 ปีแรก
  • ค่าใช้จ่ายแฝง: ค่าส่วนกลาง, ค่าประกันอัคคีภัย, ค่าซ่อมแซม ที่ต้องจ่ายเองทั้งหมด
  • สภาพคล่องต่ำ: ขายต่อไม่ได้ง่ายๆ เหมือนคืนห้องเช่า ต้องใช้เวลา

เช่าหรือซื้อดี? สรุปตามสถานการณ์ชีวิต (Checklist)

คำถามว่า เช่าหรือซื้อดี ไม่มีคำตอบตายตัว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ใน Stage ไหนของชีวิต ลองเช็กดูครับ

คุณเหมาะที่จะ “เช่า” ถ้า…

  • เพิ่งเริ่มทำงาน หรือย้ายมาเชียงใหม่ไม่ถึง 1 ปี ยังไม่แน่ใจว่าจะปักหลักที่นี่ถาวรหรือไม่
  • รายได้ยังไม่นิ่ง หรือเป็น Freelance ที่ Statement ยังไม่แข็งแรง
  • ต้องการนำเงินก้อนไปลงทุนทำธุรกิจหรือสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยบ้าน
  • ชอบเปลี่ยนบรรยากาศการอยู่อาศัยบ่อยๆ

คุณเหมาะที่จะ “ซื้อ” ถ้า…

  • มีแผนปักหลักในเชียงใหม่เกิน 5-10 ปี
  • มีเงินออมสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน และมีเงินก้อนสำหรับดาวน์+ตกแต่ง (ประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน)
  • หน้าที่การงานมั่นคง รายได้สม่ำเสมอ และยอดผ่อนต่อเดือนไม่เกิน 30-40% ของรายได้
  • ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และอยากสร้างทรัพย์สินของตัวเอง

บทสรุป: การตัดสินใจในปี 2026

ในปี 2026 ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ยังคงน่าจับตามอง ทั้งในแง่ของการลงทุนและการอยู่อาศัย หากคุณคำนวณแล้วพบว่าค่า เช่าคอนโดเชียงใหม่ ที่คุณจ่ายอยู่ สูงเกือบเท่ากับดอกเบี้ยธนาคารที่คุณต้องจ่ายหากกู้ซื้อ (ย้ำว่าเทียบกับดอกเบี้ย ไม่ใช่ยอดผ่อน) การซื้ออาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า “บ้านคือวิมาน” ก็ต่อเมื่อเราผ่อนไหวและมีความสุข แต่ถ้าซื้อแล้วต้องกินมาม่าทุกสิ้นเดือน บ้านจะกลายเป็น “ภาระ” ทันที การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

หากคุณตัดสินใจแล้วว่า “การซื้อ” คือคำตอบสำหรับปี 2026 แนะนำให้เลือกโครงการจากผู้พัฒนาที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการก่อสร้าง บริการหลังการขาย และนิติบุคคลที่แข็งแกร่ง เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษามูลค่าทรัพย์สินของคุณให้เติบโตไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่

ข่าวสารไลฟ์สไตล์ และการอยู่อาศัย

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. หลักการและเหตุผล

เนื่องด้วยในปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อสภาพสังคมในปัจจุบัน ทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอันเกี่ยวกับข้อมูลออนไลน์ กลุ่มบริษัทอรสิรินจำกัด (บริษัทฯ) ได้เห็นความสำคัญของความเป็นส่วนตัวของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลากรและลูกค้า รวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ทราบถึงนโยบายและวิธีปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้คือ

2. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

ใช้บังคับในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการทำสัญญาที่มีบริษัทเป็นคู่สัญญา และให้รวมไปถึงข้อมูลที่บริษัทได้รับมาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยบริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะดำเนินการปฏิบัติเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเป็นหลักสำคัญโดยวิธีการอันเปิดเผย และเป็นธรรม ซึ่งการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทจะดำเนินการภายใต้ความยินยอมของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้คือ:-

2.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล , พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ , พระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน , ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา , ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา รวมไปถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.1.2 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

2.1.3 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

2.1.4 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

2.1.5 เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

2.1.6 เป็นการดำเนินการเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีฐานะเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น ๆ

2.1.7 เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติงานตามสัญญาเพื่อยื่นขออนุมัติจากสถาบันการเงิน

2.1.8 เป็นการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

2.2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายใต้มาตราการป้องกัน โดยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทจะใช้เพื่อการติดต่อและเสนอบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือใช้เพื่อยื่นข้อเสนออื่น ๆ อันเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของบริษัทหรือบริษัทภายในเครือ และใช้เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และจดหมายข่าวต่าง ๆ ให้กับเจ้าของข้อมูลได้รับทราบและบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคคลไว้ภายใต้มาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บุคคลากรของบริษัทปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือถูกนำไปเปิดเผยโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล หรือนำไปหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด

2.3 สิทธิและความประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล

บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคล หรือยินยอมให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัททำการเก็บรักษาไว้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับการแจ้งความประสงค์มาจากเจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาทตามกฎหมาย ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยผู้ขอเปิดเผยสามารถแจ้งความประสงค์มาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือมายังบริษัทพร้อมกับเอกสารแสดงสิทธิที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

2.4 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ไว้ตามกำหนดระยะเวลาการใช้งานข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์ให้บริษัททำการโอน ลบ หรือทำลายข้อมูลนั้น ๆ เสีย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะแจ้งให้บริษัททราบทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งมายังบริษัทโดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบขั้นตอนการดำเนินงานภายในบริษัท

3. มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้คือ

3.1 ด้านหลักเกณฑ์ทั่วไปของบริษัท

3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากทางสื่อออนไลน์ หรือจากการทำสัญญาต่าง ๆ เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน รวมไปถึงข้อมูลอื่นใดอันสามารถบ่งบอกตัวตนของบุคคลได้ จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว

                  3.1.2 หากบริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมทุกครั้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทไม่น้อยกว่า 30 วัน

พร้อมกันนี้บริษัทจะวางมาตรการกำหนดให้มีการบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ไว้เป็นหลักฐานด้วย เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น

                  3.1.3 บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายในฐานข้อมูลของบริษัท ทั้งนี้เพียงเพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานตามสัญญาและการใช้งานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น และเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้พ้นระยะเวลาการใช้งานไปแล้ว หรือได้พ้นระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลประจำหน่วนงานไปแล้ว บริษัทจะทำการลบและทำลายข้อมูลดังกล่าวตามมาตรการและแนวปฏิบัติที่บริษัทได้วางไว้

                  3.1.4 ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้ภายในบริษัท บริษัทจะควบคุมการดำเนินการของหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกนั้น ๆ โดยเคร่งครัด และวางมาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด

Ornsirin (ORN)