ORN กางแผนธุรกิจปี 2569 เปิด 3 โครงการใหม่มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท รุกตลาด Blue Ocean “สมุย” ชูโครงการคุณภาพมาตรฐาน EDGE Green Building Certified เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ ต่างชาติ นักลงทุน มั่นใจกวาดยอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 2,949 ล้านบาท ลุยขยายพอร์ต Recurring Income 国际学校 คอมมูนิตี้มอลล์ ทรัพย์มือสอง บริหารต้นทุนรัดกุม คาดรายรวมปี 69 โต 20% ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ธุรกิจหลัก 80% ธุรกิจย่อย 20% ภายในปี 2571

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถสร้างเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังชะลอตัวโดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคุณภาพมาตรฐานสากลหลากหลายเซกเมนต์ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจขยายตัวในเกณฑ์ดีอาทิเชียงใหม่และภูเก็ตซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีดีมานด์ทั้งจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริงและกลุ่มชาวต่างชาติที่มองหาบ้านพักตากอากาศหรือการลงทุน
อีกทั้ง ในปีนี้จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจย่อยเข้ามาเสริม ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติ, คอมมูนิตี้มอลล์ และธุรกิจทรัพย์มือสอง ซึ่งจะช่วยสร้างฐานรายได้ประจำให้มีความมั่นคง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาฯ เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งของแหล่งรายได้ ควบคู่กับการบริหารกระแสเงินสด ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด รักษาความสามารถในการทำกำไร ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ประมาณ 20% และมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก 80% ธุรกิจย่อย 20% ภายในปี 2571
“ในปี 2568 ที่ผ่านมาแม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจะเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่หดตัว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลาง–บน อีกทั้งความต้องการที่อยู่อาศัยในบางพื้นที่ชะลอตัวจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่ ORN สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะความสำเร็จของ Arise Vibe Phuket ที่มียอดพรีเซลสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแบรนด์อรสิรินได้รับความไว้วางใจในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ส่งมอบโครงการคุณภาพตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ครอบคลุม”
นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่ปี 2569 มีทิศทางที่ดี แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในประเทศยังคงเผชิญกับสภาวะชะลอตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็น Digital Hub และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ORN มุ่งเน้นปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเรียลดีมานด์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและเพื่อลงทุน โดยเลือกพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพ เช่น พื้นที่ใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งช้อปปิ้ง Community mall และย่านธุรกิจประกอบกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบไม่เร่งเปิดโครงการจนเกิดสต็อกค้างในระดับสูงควบคู่การเปิดขายโครงการเป็นเฟสตามระดับความต้องการซื้อจริงรวมถึงบริหารต้นทุนการก่อสร้างอย่างรัดกุม
อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบาย ESG ในทุกกระบวนการพัฒนาโครงการ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย สร้างเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง เสริมความเชื่อมั่นต่อกลุ่มลูกค้าและนักลงทุน สะท้อนจากการที่บริษัทฯ ได้รับเกียรติแต่งตั้งให้เป็น EDGE Champion รายแรกในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือ และได้รับการรับรอง EDGE Certifications สำหรับโครงการ Habitat Mahidol และ The Next Jed Yod 2 – 3 โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนโครงการใหม่ที่ได้รับมาตรฐานอาคารสีเขียว (EDGE Certified) ไม่น้อยกว่า 80% ของโครงการใหม่ทั้งหมดภายในปี 2570 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านที่อยู่อาศัยรักษ์โลกมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายพอร์ตต่อยอดธุรกิจย่อย เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) จากโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand ปัจจุบันมีนักเรียนระดับชั้น อนุบาล – Year 6 จำนวน 100 คน และเริ่มเปิดรับนักเรียนปีการศึกษาใหม่ คาดว่าจะมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 200 คน ในปี 2569 เตรียมเปิดเฟส 2 ขยายรับนักเรียนในระดับ Year 7-9 วางเป้าหมายเปิดรับนักเรียนถึงระดับ Year 10 ภายในปี 2570
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 3 项目 มูลค่ารวมประมาณ 2,600 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม Low Rise มูลค่าโครงการ 770 ล้านบาท บนทำเล “เกาะสมุย” ซึ่งเป็น Blue Ocean ที่ยังคงมีดีมานด์จากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งบริษัทฯ ลงทุนซื้อที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว คาดเริ่มก่อสร้างในปลายปี 2569 นี้ และ โครงการแนวราบ 2 โครงการในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ โครงการ HABITAT Mahidol , 项目 BELIVE วงแหวน สันกำแพง มูลค่ารวม 1,862 ล้านบาท วางเป้าหมายของยอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 2,949 ล้านบาท รวมถึงเตรียมงบลงทุน 245 ล้านบาทสำหรับซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต

ขณะที่ ธุรกิจทรัพย์มือสองปัจจุบันมีการวางมัดจำและซื้อทรัพย์เข้ามาแล้วจำนวน 10 ยูนิต แบ่งสัดส่วนเป็น บ้าน 85% คอนโดฯ 15% อยู่ในระหว่างการรีโนเวท คาดจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 ส่วนธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD มีร้านค้าเช่า จำนวน 28 ร้านค้า พื้นที่เช่า 3,041 ตร.ม. มีผู้เช่าแล้วประมาณ 82% พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในเดือน ก.พ.และเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป


