โดยผสานการออกแบบโครงการเข้ากับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทางควบคู่กับการนำพลังงานสะอาดมาใช้ภายในโครงการ ผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดการใช้พลังงานจากแหล่งเดิม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว ติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย และเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ เพื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าว จึงคัดเลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน ผ่านการนำแนวคิด Life Cycle Analysis (LCA) มาใช้ประเมินผลกระทบของวัสดุในทุกช่วงของวัฏจักรชีวิต เพื่อสนับสนุนการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนในระยะยาว ในปี 2568 บริษัทใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง เช่น SCG Green Choice และ Green Certified คิดเป็นร้อยละ 25 ของวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน และตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ในปี 2569
ผ่านโครงการ ORN Earth Care “ทิ้งให้นะ” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะภายในองค์กรให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง (Waste Segregation at Source) และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
จึงนำแนวทางการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของอาคาร (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงได้นำ มาตรฐานอาคารเขียว EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน น้ำ และวัสดุ และลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางดังกล่าวถูกบูรณาการในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว