Facebook Tracking Pixel

ORN โชว์ฟอร์มเด่น Q2/69 รายได้ 611.78 ล้านบาท กำไรพุ่ง 139.8 % กวาดยอดโอน – รายได้ธุรกิจย่อยต่อเนื่อง

ORN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้รวม 611.78 Baht กำไรสุทธิ 60.07 Baht เพิ่มขึ้น 139.8 % ขณะที่ งบครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 1,113.15 Baht กำไรสุทธิ 100.22 Baht โต 57.3% ยอดโอนโครงการแนวราบแนวสูงเชียงใหม่คึกคัก ลูกค้าต่างชาติ กำลังซื้อสูง วางดาวน์ 30-50% ดัน Reject Rate ต่ำ Backlog แน่น 4,262 Baht รับรู้รายได้ธุรกิจย่อย International School, ทรัพย์มือสอง คอมมูนิตี้มอลล์ พร้อมบริหารต้นทุนเข้ม ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางเงิน สร้างการเติบโตตามเป้า

นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Ornsirin โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569  มีรายได้รวม 611.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 361.32 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 69.3% และมีกำไรสุทธิ 60.07 Baht  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 139.8%   

ORNSIRIN โครงการบ้านเชียงใหม่

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 1,113.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 799.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 39.2% และมีกำไรสุทธิ 100.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 63.69  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 57.3%

ทั้งนี้ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการทยอยรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและแนวสูงในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการบีลีฟ วงแหวนสันกำแพง โครงการอะไรซ์ เจริญเมือง โครงการ เดอะเน็กซ์ เจ็ดยอด3 และ โครงการ ฮาบิแทท วงแหวนสันกำแพง ซึ่งยังได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อสูงและยินดีวางเงินดาวน์ในระดับสูงถึง 30–50% ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำ

ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) 30 มิถุนายน 2569 มูลค่ารวมประมาณ 4,262 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจย่อยอย่างชัดเจน จากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand ที่เตรียมเปิดปีการศึกษาใหม่ด้วยจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเป็น 178 คน,  ธุรกิจบริหารทรัพย์มือสอง  มีกระแสตอบรับที่ดี อยู่ระหว่างรีโนเวททรัพย์คุณภาพเพิ่มอีกประมาณ 10 ยูนิต รวมถึงธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงกว่า 81%ส่งผลให้บริษัทฯมีโครงสร้างรายได้ประจำเพิ่มขึ้น

ด้านฐานะทางการเงิน ORN ยังคงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดี พร้อมรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.75 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.58 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางการเงินและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังมีความท้าทาย บริษัทฯ ยังเห็นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการอยู่อาศัยจริง และการลงทุนระยะยาว จากลูกค้าชาวไทยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองเห็นศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ ความต้องการลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ ควบคู่การมองหาโอกาสขยายธุรกิจย่อยเพื่อสร้างรายได้ประจำ และบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด สร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้นายปรีดิกร กล่าว

ข่าวสารไลฟ์สไตล์ และการอยู่อาศัย

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. หลักการและเหตุผล

เนื่องด้วยในปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อสภาพสังคมในปัจจุบัน ทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอันเกี่ยวกับข้อมูลออนไลน์ กลุ่มบริษัทอรสิรินจำกัด (บริษัทฯ) ได้เห็นความสำคัญของความเป็นส่วนตัวของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลากรและลูกค้า รวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ทราบถึงนโยบายและวิธีปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้คือ

2. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

ใช้บังคับในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการทำสัญญาที่มีบริษัทเป็นคู่สัญญา และให้รวมไปถึงข้อมูลที่บริษัทได้รับมาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยบริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะดำเนินการปฏิบัติเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเป็นหลักสำคัญโดยวิธีการอันเปิดเผย และเป็นธรรม ซึ่งการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทจะดำเนินการภายใต้ความยินยอมของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้คือ:-

2.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล , พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ , พระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน , ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา , ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา รวมไปถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.1.2 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

2.1.3 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

2.1.4 เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

2.1.5 เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

2.1.6 เป็นการดำเนินการเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีฐานะเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น ๆ

2.1.7 เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติงานตามสัญญาเพื่อยื่นขออนุมัติจากสถาบันการเงิน

2.1.8 เป็นการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

2.2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายใต้มาตราการป้องกัน โดยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทจะใช้เพื่อการติดต่อและเสนอบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือใช้เพื่อยื่นข้อเสนออื่น ๆ อันเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของบริษัทหรือบริษัทภายในเครือ และใช้เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และจดหมายข่าวต่าง ๆ ให้กับเจ้าของข้อมูลได้รับทราบและบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคคลไว้ภายใต้มาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บุคคลากรของบริษัทปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือถูกนำไปเปิดเผยโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล หรือนำไปหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด

2.3 สิทธิและความประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล

บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคล หรือยินยอมให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัททำการเก็บรักษาไว้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับการแจ้งความประสงค์มาจากเจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาทตามกฎหมาย ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยผู้ขอเปิดเผยสามารถแจ้งความประสงค์มาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือมายังบริษัทพร้อมกับเอกสารแสดงสิทธิที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

2.4 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ไว้ตามกำหนดระยะเวลาการใช้งานข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์ให้บริษัททำการโอน ลบ หรือทำลายข้อมูลนั้น ๆ เสีย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะแจ้งให้บริษัททราบทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งมายังบริษัทโดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบขั้นตอนการดำเนินงานภายในบริษัท

3. มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้คือ

3.1 ด้านหลักเกณฑ์ทั่วไปของบริษัท

3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากทางสื่อออนไลน์ หรือจากการทำสัญญาต่าง ๆ เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน รวมไปถึงข้อมูลอื่นใดอันสามารถบ่งบอกตัวตนของบุคคลได้ จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว

                  3.1.2 หากบริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมทุกครั้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทไม่น้อยกว่า 30 วัน

พร้อมกันนี้บริษัทจะวางมาตรการกำหนดให้มีการบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ไว้เป็นหลักฐานด้วย เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น

                  3.1.3 บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายในฐานข้อมูลของบริษัท ทั้งนี้เพียงเพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานตามสัญญาและการใช้งานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น และเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้พ้นระยะเวลาการใช้งานไปแล้ว หรือได้พ้นระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลประจำหน่วนงานไปแล้ว บริษัทจะทำการลบและทำลายข้อมูลดังกล่าวตามมาตรการและแนวปฏิบัติที่บริษัทได้วางไว้

                  3.1.4 ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้ภายในบริษัท บริษัทจะควบคุมการดำเนินการของหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกนั้น ๆ โดยเคร่งครัด และวางมาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด

Ornsirin (ORN)